You are currently viewing งานฝีมือเผ่าม้ง ผ้าปักอันเป็นเอกลักษณ์

งานฝีมือเผ่าม้ง ผ้าปักอันเป็นเอกลักษณ์

  • Post author:
  • Post category:Blog

กลุ่มชนเผ่าม้งนั้นเป็นกลุ่มคนที่ในบรรพบุรุษนั้นมีการอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศจีนและได้มาอยู่อาศัยบนภูเขาสูงทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยวิถีชีวิตชาวม้งนั้นมีการปลูกฝังมาตั้งแต่ในอดีตว่าผู้หญิงต้องปักผ้าผู้ชายต้องตีมีด ผู้หญิงนั้นจะต้องไม่ขาดตกบกพร่องทั้งงานนอกบ้านและงานในบ้าน ผู้หญิงชาวม้งจะมีการฝึกการปักผ้ามาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ  ยามว่างก็จะใช้เวลามานั่งปักผ้าเป็นส่วนใหญ่เพื่อเป็นการฝึกปรือฝีมือและสำหรับใช้งานในลักษณะต่างๆ นอกจากเสื้อผ้าแล้วไม่ว่าจะเป็นแปลอุ้มเด็กหรือของใช้อื่นๆก็มักจะใช้การเย็บปักถักร้อยด้วยฝีมือผู้หญิงชาวม้งนี้เอง  นอกจากนี้มีธรรมเนียมว่าให้ใส่เสื้อผ้าใหม่เมื่อถึงวันสำคัญต่างๆ และเมื่อมีผู้ล่วงลับก็จะต้องแต่งชุดชนเผ่าให้ เพราะเชื่อว่าหากไม่ใส่ชุดชนเผ่าบรรพบุรุษจะจดจำไม่ได้และไม่ต้อนรับ อีกทั้ง งานฝีมือเผ่าม้ง นั้นยังเป็นเครื่องแสดงคุณค่าว่าหญิงสาวคนนั้นมีคุณสมบัติพร้อมจะเป็นภรรยาอีกด้วย จากหลายสิ่งหลายอย่างเหล่านี้เองการปักผ้าจึงเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับเผ่าม้งอย่างแยกกันไม่ขาด

งานฝีมือเผ่าม้ง เทคนิคการสร้างลวดลาย

ในการสร้างลวดลายต่างๆนั้นผู้หญิงชาวม้ง จะปักตามจินตนาการของแต่ละคนซึ่งแต่ละคนก็จะมีลวดลายของตัวเองที่ไม่เหมือนกันแต่จะมีลักษณะคล้ายๆกัน โดยส่วนมากม้งที่มีเชื้อสายมาจากลาว เวียดนาม และยูนนาน จะปักในลักษณะคล้ายกับการปักครอสติส  แต่ม้งมีเชื้อสายจากเมืองจีนแถวกวางเจาและไหหลำจะปักเป็นรูปต่างๆตามจินตนาการไม่ว่าจะเป็นลายสัตว์ลายดอกไม้และลายอื่นๆ  ซึ่งในการปักนั้น นอกจากจะใช้จินตนาการแล้วยังต้องใช้ฝีมือและความอดทนสูง จึงหลงเหลือผู้ที่มีฝีมือในการปักค่อนข้างน้อย เทคนิคในการปักนั้นผู้หญิงชาวม้งจะใช้เข็มเล่มเล็กๆค่อยค่อยปักเป็นลายจนเต็มผืนผ้า และมีเทคนิคการเย็บผ้าเป็นลวดลายแล้วจึงนำมาเย็บซ้อนติดกับผ้าพื้นอีกชิ้นหนึ่งซึ่งต้องใช้เข็มเบอร์เล็กสุดกับเส้นด้ายที่บางที่สุดและใช้ความละเอียดเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเทคนิคอย่างอื่นอีกขึ้นอยู่กับลายของผ้าและความถนัดของแต่ละคน นอกจากการปักแล้วการสร้างลวดลายบนพื้นผ้าอีกอย่างหนึ่งก็คือการเขียนเทียน เป็นการใช้อุปกรณ์ที่ทำมาจากไม้กับทองแดงเรียกว่า หลาจัง จุ่มลงบนเทียนหรือขี้ผึ้งร้อนๆแล้ววาดลวดลายลงบนผ้าที่ทอมาจากใยกัญชงหรือผ้าฝ้าย หลังจากนั้นก็จะนำไปย้อมเย็นด้วยสีน้ำเงินจากธรรมชาติ เมื่อผ้าทั้งผืนกลายเป็นสีน้ำเงินแล้วก็จะไปต้มด้วยความร้อนให้เทียนละลายก็จะได้เป็นผ้าที่มีลวดลายเขียนเทียนเป็นสีขาว จากนั้นจะนำไปอัดกลีบเป็นกระโปรงชุดประจำเผ่า

ลายผ้าของเผ่าม้ง

ลายผ้าของเผ่าม้งนั้นหลักๆจะมีอยู่สี่ลายนั้นคือ ลายก๊ากื้อ,ลายปั้นโต๊วโต่ว,ลายปั้นโต๊วจี่,ลายป้อนเจ่ยจ๊อ  เริ่มกันที่ลายก๊ากื้อ ก๊ากื้อแปลว่าก้นหอย ชาวม้งเชื่อกันว่าลายนี้มีที่มาจากหอยสังข์ และลักษณะการวนของก้นหอยเปรียบเสมือนการโคจรของพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว  จึงเป็นลายที่มักถูกนำมาใช้ในการประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา  ต่อมาลายปั้นโต๊วโต่ว ปั้นโต๊วโต่วแปลว่าฝักถั่ว ลักษณะลายจะคล้ายกับฝักถั่วแขกซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านที่ชาวม้งปลูก  ต่อมาลายปั้นโต๊วจี่ ปั้นโต๊วจี่เป็นคำใช้เรียกลักษณะเส้นแบบกากบาทหรือไม้กางเขน ลายนี้ถูกนำมาเป็นศูนย์กลางของลวดลายหรือใช้เป็นลายเสริมขั้นตรงกลางเชื่อมจากลายหนึ่งไปสู่อีกลายหนึ่ง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลวดลายบนผ้ามีความสวยงาม  สุดท้ายคือลายป้อนเจ่ยจ๊อ ป้อนเจ่ยจ๊อแปลว่าหูเสือ เป็นการจินตนาการการโค้งในรูปทรงของหูเสือและนำมาปักเป็นลวดลายบนผ้า ซึ่งในปัจจุบันลายนี้ถูกประยุกต์การปักโดยใช้เทคนิคการปักแบบกากบาทคล้ายกับการปักครอสติส